ฝึก IELTS Speaking กับ AI: ซ้อมพูด Part 1, 2, 3 ได้ทุกวัน
ท่องศัพท์มาเป็นร้อยคำ อ่านแนวข้อสอบมาหลายรอบ แต่พอนั่งต่อหน้า examiner จริงกลับนึกอะไรไม่ออก คนที่เตรียมสอบ IELTS เพื่อเรียนต่อต่างประเทศหรือขอทุนเจอแบบนี้กันเยอะ ซึ่งไม่ได้แปลว่าคุณไม่เก่ง ห้องเรียนบ้านเราเน้นอ่านกับแกรมมาร์มาตลอด เวลาที่ได้พูดจริงจึงมีน้อย ส่วน IELTS Speaking เป็นการสัมภาษณ์ตัวต่อตัวกับ examiner นาน 11–14 นาทีตามที่ IELTS ระบุไว้ ไม่มีโพยให้อ่าน สิ่งที่ช่วยให้ชินได้คือการฝึกตอบปากเปล่าให้บ่อยพอ
Airi คือคู่ฝึกพูดภาษาอังกฤษแบบ AI ที่คุยกันด้วยเสียง เปิดใช้ผ่านเบราว์เซอร์ได้เลย คุณขอให้ Airi สวมบท examiner ได้ แล้วฝึกตอบคำถาม Part 1 พูดตาม cue card ใน Part 2 และถกประเด็นใน Part 3 ด้วยเสียงของคุณเอง Airi จะตอบกลับเป็นเสียง ชี้จุดที่ควรแก้ให้ทีละจุด (Small fix) แล้วถามต่อ ไม่มีใครนั่งฟังอยู่ข้าง ๆ พูดผิดก็แค่พูดใหม่ จะซ้อมซ้ำกี่รอบก็ไม่มีใครรำคาญ
ขอบอกตรง ๆ ไว้ตั้งแต่ต้นว่า Airi ไม่ให้คะแนน ไม่ทำนาย band ไม่ประเมินการออกเสียง และไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ทางการของ IELTS นอกจากนี้ Airi พูดภาษาอังกฤษอย่างเดียว และหน้าจอใช้งานก็เป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด หน้าที่ของ Airi คือเพิ่มเวลาที่คุณได้พูดจริง ถ้าอยากรู้ว่าตอนนี้อยู่ band ไหน ให้ครูผู้สอน IELTS ประเมิน หรือทำ mock test ที่มีคนตรวจควบคู่กันไป
ตัวอย่างสั้น ๆ เมื่อคุยกับ Airi
โครงสร้างข้อสอบ IELTS Speaking: 3 Part ใน 11–14 นาที
เว็บไซต์ทางการของ IELTS (ielts.org) ระบุว่า Speaking test เป็นการสัมภาษณ์แบบตัวต่อตัวระหว่างผู้สอบกับ examiner ใช้เวลา 11–14 นาที แบ่งเป็น 3 Part และมีการบันทึกเสียงไว้ IELTS Academic กับ IELTS General Training ใช้ข้อสอบ Speaking แบบเดียวกัน
| Part | เวลา | เกิดอะไรขึ้นในห้องสอบ | เป้าหมายตอนซ้อม |
|---|---|---|---|
| Part 1: Introduction and interview | 4–5 นาที | examiner แนะนำตัวและตรวจสอบตัวตนของคุณ จากนั้นถามคำถามทั่วไปในหัวข้อใกล้ตัว เช่น บ้าน ครอบครัว งาน การเรียน และความสนใจ | ตอบครั้งละ 2–3 ประโยค: คำตอบ เหตุผล และรายละเอียดอีกนิด |
| Part 2: Long turn | 3–4 นาที รวมเวลาเตรียมตัว | คุณจะได้ task card (ที่เรียกกันติดปากว่า cue card) ซึ่งบอกหัวข้อและประเด็นที่ต้องพูด มีเวลาเตรียม 1 นาที พร้อมดินสอและกระดาษไว้จดโน้ต ielts.org อธิบายว่าเวลาเตรียมนี้มีไว้ให้วางโครงเรื่อง เพื่อให้พูดต่อเนื่องได้ 2 นาที พอหมดเวลา examiner จะบอกให้หยุด และอาจถามต่ออีก 1–2 คำถามในหัวข้อเดิม | พูดต่อไปเรื่อย ๆ จนกว่า examiner จะบอกให้หยุด การโดนบอกให้หยุดเป็นเรื่องปกติ ไม่ได้แปลว่าพูดไม่ดี |
| Part 3: Discussion | 4–5 นาที | คุณกับ examiner คุยกันในประเด็นที่ต่อยอดจากหัวข้อของ Part 2 ในมุมที่กว้างและเป็นนามธรรมมากขึ้น และบางช่วงอาจลงลึกกว่าเดิม | บอกความเห็น ให้เหตุผล แล้วยกตัวอย่างหรือเปรียบเทียบ |
เกณฑ์การให้คะแนน 4 ข้อ และสิ่งที่ examiner มองหา
IELTS ระบุว่า examiner ประเมินการพูดจากเกณฑ์ 4 ข้อด้านล่าง ทุกข้อมีน้ำหนักเท่ากัน และคะแนน Speaking คือค่าเฉลี่ยของทั้งสี่ข้อ คำศัพท์หรู ๆ จึงมีผลแค่หนึ่งในสี่ของคะแนน ตารางนี้มีไว้ให้รู้ว่าข้อสอบวัดอะไร Airi ไม่ได้วัดหรือให้คะแนนตามเกณฑ์เหล่านี้
| เกณฑ์ | IELTS อธิบายว่า | เห็นได้จากคำตอบแบบไหน |
|---|---|---|
| Fluency and coherence (ความคล่องและความเชื่อมโยงของเนื้อหา) | พูดด้วยความเร็วปกติโดยไม่ลังเลมากเกินไป เรียงประโยคและความคิดเป็นลำดับ ใช้คำเชื่อมได้เหมาะสมจนผู้ฟังตามได้ไม่ยาก | พูดต่อได้เรื่อย ๆ และเชื่อมความคิดด้วย “because”, “so”, “on the other hand” |
| Lexical resource (คลังคำศัพท์) | ใช้คำศัพท์ได้หลากหลาย ถูกต้อง และเหมาะกับความหมายที่ต้องการสื่อ รวมถึงอธิบายด้วยคำอื่นได้เมื่อไม่รู้คำนั้น | นึกคำว่า “landlord” ไม่ออก ก็พูดว่า “the person who owns the condo I rent” |
| Grammatical range and accuracy (ไวยากรณ์) | ใช้ไวยากรณ์ได้หลากหลาย ถูกต้อง และเหมาะสม | สลับประโยคสั้นกับประโยคซับซ้อน เช่น “If I had more free time, I would learn to cook.” |
| Pronunciation (การออกเสียง) | พูดให้ผู้ฟังเข้าใจได้โดยไม่ต้องพยายามมากเกินไป | ออกเสียงท้ายคำชัด เน้นพยางค์และคำสำคัญ เว้นวรรคเป็นจังหวะ ด้วยสำเนียงของคุณเอง |
เอกสาร Speaking Band Descriptors ของ IELTS มีหมายเหตุว่าผู้สอบจะได้รับการประเมินจากการพูดโดยเฉลี่ยตลอดทุก Part คำตอบที่พลาดไปข้อเดียวจึงไม่ได้ตัดสินผลทั้งหมด ในเกณฑ์ Fluency and coherence เอกสารเดียวกันบรรยาย band 7 ไว้ว่าพูดต่อเนื่องได้ และพูดยาว ๆ ได้โดยไม่ดูฝืน ทักษะแบบนี้ไม่ได้มาจากการอ่านแนวคำตอบเพิ่ม แต่มาจากการพูดออกมาจริงซ้ำหลาย ๆ รอบ ส่วนเรื่องสำเนียง หน้าเตรียมสอบ Speaking ของ IDP IELTS ประเทศไทย (ielts.idp.com/thailand) เขียนไว้ว่าสำเนียงไม่ใช่ปัจจัยในการให้คะแนน ขอแค่ออกเสียงให้ฟังเข้าใจง่าย สำเนียงไทยจึงไม่ใช่เรื่องที่ต้องอาย
แนวคำถาม IELTS Speaking แต่ละ Part และวิธีเปิดคำตอบ
คำถามด้านล่างแต่งขึ้นตามสไตล์ของแต่ละ Part ไม่ใช่ข้อสอบจริง หัวข้อเป็นเรื่องที่คนเตรียมสอบคุ้นกันดี คือบ้านเกิด อาหาร และการเดินทาง ถ้าอยากดูตัวอย่างข้อสอบทางการ ให้เข้าไปที่หน้า sample test questions ของ ielts.org และอย่าแค่อ่านผ่านตา ลองพูดคำตอบออกมาให้จบทั้งข้อ
| Part | คำถามสำหรับซ้อม | เปิดคำตอบแบบนี้ |
|---|---|---|
| 1 | What do you like most about your hometown? | I'm from Khon Kaen, in the northeast of Thailand. What I like most is ... |
| 1 | Do you prefer eating at home or eating out? | Eating out, to be honest, mainly because ... |
| 2 | Describe a trip that you remember well. You should say where you went, who you went with, what you did there, and explain why you remember it so well. | I'd like to talk about a trip to Chiang Rai that I took with my family about two years ago ... |
| 3 | Why do some people prefer travelling abroad to travelling in their own country? | I think there are a couple of reasons. The main one is ... |
| 3 | How has social media changed the way people choose where to travel? | It has changed things a lot. In the past, people relied on ..., whereas now ... |
ช่วง 1 นาทีก่อนเริ่มพูดใน Part 2 ให้แบ่งกระดาษโน้ตตามประเด็นบน cue card แล้วจดแค่คีย์เวิร์ด เช่น where: Chiang Rai / who: family / what: tea plantation, night market / why: first trip after graduation เวลาพูดก็ไล่ไปทีละช่อง ถ้าพูดครบแล้วเวลายังเหลือ ให้เล่าต่อว่ากลับมาแล้วรู้สึกอย่างไร หรือถ้าได้ไปอีกครั้งจะทำอะไรต่างจากเดิม
จุดที่คนไทยมักพลาดใน IELTS Speaking
ข้อผิดพลาดด้านล่างมาจากธรรมชาติของภาษาไทยเอง ไม่ได้แปลว่าคุณอ่อนภาษา กริยาไทยไม่เปลี่ยนรูปตามเวลา คำคุณศัพท์ไทยไม่ต้องมี verb to be นำหน้า และคำว่า “มี” คำเดียวใช้ได้ทั้งในความหมายของ have และ there is พอต้องพูดสดตอนตื่นเต้น โครงสร้างแบบไทยจึงหลุดออกมา รู้ทันไว้ก่อนก็แก้ได้ง่ายขึ้นเยอะ
| มักพูดว่า | ควรพูดว่า | ทำไมถึงหลุด |
|---|---|---|
| Last year I go to Japan with my family. | Last year I went to Japan with my family. | กริยาไทยไม่ผันตามเวลา ตอนเล่าเรื่องในอดีตใน Part 2 จึงลืมเปลี่ยนเป็น past tense ได้ง่าย |
| In Bangkok have a lot of traffic. | There is a lot of traffic in Bangkok. | แปลตรงตัวจาก “ที่กรุงเทพฯ มีรถเยอะ” เวลาบอกว่ามีอะไรอยู่ที่ไหน ภาษาอังกฤษใช้ there is หรือ there are |
| I very like Korean dramas. | I really like Korean dramas. | ภาษาไทยพูดว่า “ชอบมาก” แต่ very ใช้ขยายกริยาตรง ๆ ไม่ได้ ให้ใช้ really แทน หรือเติม very much ท้ายประโยค |
| My hometown very quiet. | My hometown is very quiet. | ภาษาไทยพูดว่า “บ้านเกิดฉันเงียบมาก” ได้เลย ภาษาอังกฤษต้องมี is หน้าคำคุณศัพท์ |
- ตอบสั้นเกินไป หลายคนตอบ “Yes, I do.” แล้วเงียบ เพราะเขินหรือกลัวพูดผิด examiner เลยแทบไม่มีอะไรให้ประเมิน เติมเหตุผลกับตัวอย่างเข้าไปอีกอย่างละประโยค
- ท่องสคริปต์มาตอบ ประโยคเปิดอย่าง “Nowadays, it is undeniable that ...” ฟังเหมือนท่องมา และพอคำถามเบี่ยงไปนิดเดียวก็ไปต่อไม่ถูก ตอบตรงคำถามด้วยคำง่าย ๆ ที่เป็นของคุณเองดีกว่า
- เงียบนานเพราะคิดเป็นภาษาไทยก่อน ถ้าต้องการเวลาคิด ให้พูดว่า “That's an interesting question. Let me think for a second.” แทนการเงียบหรือหลุดคำว่า “แบบ...” ถ้าฟังคำถามไม่ทัน ถามได้ว่า “Sorry, could you repeat the question, please?” IDP IELTS เองก็บอกว่า examiner ช่วยอธิบายคำถามให้คุณเข้าใจได้
- เสียงท้ายคำหาย ภาษาไทยไม่มีการเติม -s หรือ -ed ท้ายคำ “five years” จึงมักกลายเป็น “five year” เรื่องนี้ Airi ไม่ได้ประเมินให้ ลองอัดเสียงตัวเองแล้วเปิดฟังดู
วิธีซ้อมแต่ละ Part กับ Airi ในบท examiner
ข้อสอบจริงยาว 11–14 นาที ส่วน 600 เครดิตฟรีตอนสมัครคุยได้ประมาณ 8 นาที จึงควรซ้อมครั้งละ Part เดียว เปิด Airi ในเบราว์เซอร์บนมือถือหรือคอมพิวเตอร์ แล้วพูดตามนี้ได้เลย:
- Part 1: “Please act as an IELTS examiner. Ask me five Part 1 questions about my hometown and my work, one at a time.” ตอบให้ครบสามจังหวะ: คำตอบ เหตุผล ตัวอย่าง
- Part 2: “Give me an IELTS Part 2 cue card, then wait while I make notes.” จับเวลาเอง: จดโน้ต 1 นาที แล้วพูดให้ครบ 2 นาที
- Part 3: “Ask me three Part 3 questions on the same topic, and challenge my opinions.” ตอนโดนแย้งนี่แหละคือจังหวะที่ได้ฝึกอธิบายและยืนยันความเห็นของตัวเอง
- ทุกครั้งที่ Small fix ขึ้นมา ให้พูดประโยคที่แก้แล้วออกมาดัง ๆ หนึ่งรอบ ก่อนตอบข้อต่อไป
- วันถัดไปกลับมาซ้อม cue card เดิม แล้วสังเกตว่าตัวเองหยุดคิดน้อยลงไหม
Airi มี 6 บุคลิกให้เลือก ลองสลับดูว่าซ้อมกับแบบไหนแล้วกล้าพูดที่สุด ย้ำอีกครั้งว่า Airi ไม่ให้ band ไม่ทำนายคะแนน และไม่รับประกันผลสอบ สิ่งที่คุณได้คือเวลาที่ได้พูดจริงกับการแก้ทีละจุด ส่วนการประเมิน band ยังเป็นหน้าที่ของครูผู้สอน IELTS หรือ mock test ที่มีคนตรวจ
สอบ TOEIC หรือ TOEFL ก็ซ้อมด้วยวิธีเดียวกันได้
TOEIC ที่คนไทยคุ้นเคยตอนสมัครงานคือ Listening and Reading ซึ่ง ETS เจ้าของข้อสอบอธิบายว่าวัดความเข้าใจภาษาอังกฤษจากการฟังและการอ่าน ส่วนทักษะการพูดอยู่ในข้อสอบ TOEIC Speaking and Writing ซึ่งเป็นข้อสอบอีกชุดหนึ่งแยกกัน ด้าน TOEFL iBT มี Speaking section ที่ผู้สอบพูดใส่ไมโครโฟนเพื่อบันทึกคำตอบ และ ETS ระบุว่ามีโจทย์ประเภท Take an Interview อยู่ด้วย ถ้าคุณกำลังเตรียมสอบสองตัวนี้ ก็ขอให้ Airi role-play เป็นผู้สัมภาษณ์แล้วฝึกตอบปากเปล่าได้เหมือนกัน เช่น “Interview me about my daily routine. Ask one question at a time.” เงื่อนไขยังเหมือนเดิม คือ Airi ไม่ให้คะแนนและไม่ทำนายผลของข้อสอบใดเลย
ฝึกอย่างไรให้คุ้มที่สุด
ตอบ เหตุผล ตัวอย่าง
ใน Part 1 อย่าจบที่ประโยคเดียว ตอบคำถาม บอกเหตุผล แล้วปิดด้วยตัวอย่างสั้น ๆ รวมแล้วสัก 2–3 ประโยคกำลังดี ซ้อมแบบนี้ซ้ำ ๆ จนติดเป็นนิสัย
จับเวลา Part 2 เอง
เปิดนาฬิกาจับเวลาในมือถือ จดคีย์เวิร์ดลงกระดาษ 1 นาที ไม่ต้องเขียนเป็นประโยค แล้วพูดให้ครบ 2 นาที ถ้าหมดเรื่องพูดก่อนเวลา ให้เล่าต่อว่าหลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้น
วันรุ่งขึ้นพูดหัวข้อเดิมอีกรอบ
รอบแรกสมองยังยุ่งกับการหาคำ พอพูด cue card เดิมเป็นรอบที่สอง คุณจะมีสมาธิเหลือไปดู tense กับคำเชื่อม Airi จำหัวข้อล่าสุดที่คุยกันได้ จึงกลับมาต่อได้ทันที
เริ่มพูดได้เลยวันนี้
รับ 600 เครดิตแรกฟรี ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต เข้าสู่ระบบแล้วเริ่มบทสนทนาแรกกับ Airi ได้เลย
เริ่มฟรีด้วย GoogleAiri พูดภาษาอังกฤษ และตัวแอปก็เป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด ซึ่งเป็นความตั้งใจ เพราะคุณจะได้ฝึกในภาษาที่กำลังเรียนอยู่จริง ๆ
คำถามที่พบบ่อย
Airi ให้คะแนนหรือทำนาย band IELTS Speaking ไหม
ฝึก IELTS Speaking กับ Airi ฟรีไหม
Airi พูดไทยได้ไหม มีเมนูภาษาไทยหรือเปล่า
Airi ถามตามรูปแบบข้อสอบจริงไหม
พูดสำเนียงไทยจะโดนหักคะแนนไหม
ต้องโหลดแอพก่อนไหม
อัปเดตล่าสุด: